EA Business IT Alignment

EA หรือ Enterprise Architect เป็นสิ่งที่พูดถึงกันมากในปัจจุบัน และปัจจุบันนี้ หากองค์กรใดต้องการที่จะใช้ Framework ในการนำพาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ เช่น Thailand Quality Award (TQA), EdPEx (Educational Performance Excellence), EFQM (European Foundation for Quality Management), Cyber security Framework หรือ มาตรฐาน ISO ต่าง ๆ อีกมากมาย

จากประสบการณ์ในการ Implement Quality Management, IT, Lean ,และ Supply Chain มากว่า 15 ปี ผมคิดว่าการใช้  Capability Focus model ภายใต้ Enterprise Architecture framework น่าจะช่วยตอบโจทย์องค์กรได้เป็นอย่างดี และเป็นพื้นฐานที่จะรองรับ การออกแบบองค์กรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการทำ Enterprise Digital Transformation และการปรับองค์กรเพื่อการรับมือกับ Cyber security threat

ความเป็นมาเบื้องต้น

Enterprise Architect (EA) เป็นวิธีปฏิบัติ (Practice) ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของคนทางด้าน IT ที่ใช้เพื่อให้เกิดการลงทุนทางด้าน IT อย่างมีประสิทธิผลและได้ประสิทธิภาพสูง (การไม่มี EA จะส่งผลให้องค์กรมีการลงทุนทางด้าน IT แบบขาดการเชื่อมโยงและ Focus ส่งผลให้มีการจัดซื้อ Software และ Hardware ตามการร้องขอของหน่วยงานต่าง ๆ ภายองค์กร หรือ เรียกว่า เป็น Silo ที่ส่วน/ฝ่าย/แผนก อยากได้อะไรก็ร้องขอไปที่ส่วนกลาง ทำให้เกิดการลงทุนที่อาจซ้ำซ้อนกัน และที่แย่กว่านั้น คือ ไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกันได้ เพราะอยู่คนละฐานข้อมูลกัน)

EA จึงเป็นแนวคิดที่จะใช้ในการเชื่อมโยงความต้องการของธุรกิจและ IT ให้เกิดความสอดคล้องกันขึ้น หรือ เรียกว่า "Business and IT Alignment"

EA เริ่มต้นราว ๆ ยุค 1960s จาก "Various architecture manuscripts on Business Systems Planning (BSP) by Professor Dewey Walker" และ John Zachmann ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของ Walker ช่วยในการสร้าง (formulate) ให้เกิดเป็นโครงสร้างขึ้นมา และเนื่องจากทั้งสองท่านทำงานกับ IBM ส่งผลให้เกิดการตีพิมพ์ Framework ใน IBM Systems Journal ในปี 1987 [1]

ในยุคนั้น คอมพิวเตอร์ยังไม่ซับซ้อนมากเท่ากับในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อการเติบโตขององค์กร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร ซึ่งยังคงใช้ได้อยู่ในยุคปัจจุบันนี้

EA ในยุคปัจจุบัน ยังคงแนวความคิดนี้อยู่ แต่ขยายแนวคิดสู่การ ทำ Digital Transformation มากขึ้น โดย EA จะเหมาะสมมากกับองค์กรขนาดใหญ่
เนื่องจาก
1. ความซับซ้อนขององค์กรที่สูงมาก ทำให้เกิดการ Alignment ของแผนต่าง ๆ ยาก การทำ EA จึงช่วยให้เกิด Blueprint ในการจัดการง่ายขึ้น (องค์กรขนาดเล็กจึงไม่ค่อยเหมาะ เนื่องจากไม่ค่อยมีแผนระยะยาวมากนัก และไม่ซับซ้อน)
2. การขาดทรัพยากรด้านบุคลากรที่มีความเข้าใจในพหุศาสตร์สำหรับองค์กรขนาดเล็ก ส่งผลให้ EA ทำในองค์กรขนาดเล็กยากมาก ๆ
ทั้งนี้ การทำ EA ต้องใช้ พหุศาสตร์ และผู้ที่มีแนวคิดและองค์ความรู้หลายด้านที่สูงมาก ซึ่ง ในองค์กรแบบ SMEs จะไม่อาจจ้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูงได้ เช่น Business Process Management, Business Capability Development, การทำ Business analytics คนที่เข้าใจ Lean Transformation ดี เป็นต้น) นอกจากนี้ การทำ EA เพื่อ Transform องค์กรนั้น ไม่ใช่แค่คน IT อีกต่อไป หากแต่ต้องเข้าใจกระดุมเม็ดแรกหรือ ความต้องการทางธุรกิจ
3. ความเข้าใจในของการออกแบบระบบ IT ที่เป็น Service Oriented Architecture (SOA) ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้เป็นองค์ประกอบของความยากลำบากหรือเป็นอุปสรรคในการทำ EA สำหรับองค์กรเล็ก

 

Last Update: October 25, 2019  

October 22, 2019   97   Athisarn Wayuparb    01.Introduction, Enterprise Architecture    
Total 0 Votes:
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

Add A Knowledge Base Question !

+ = Verify Human or Spambot ?

Add A Knowledge Base Question !

+ = Verify Human or Spambot ?